|
ต้องพูดแต่สิ่งที่ดีมีโประโยชน์ ไม่พูดในสิ่งที่เดือดรอนแก่ผู้อื่น ซึ่งท่านศาสนทูต
ได้กล่าวไว้ว่า " ผู้ใดรับรองให้แก่ฉัน ซึ่งสิ่งที่อยู่ระหว่างขากรรไกรทั้งสอง
(ลิ้น) และสิ่งที่อยู่ระหว่างขาทั้งสอง (อวัยวะเพศ)
ฉันก็จะรับรองสวนสวรรค์ให้แก่เขา " (บันทึกโดย บุคอรี,มุสลิม)
ในเรื่องการใช้คำพูดต้องระมัดระวังคำพูดของเรา
การที่เราชมผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี
ตรงกันข้ามถ้ากล่าวว่าผู้อื่นถึงแม้จะเป็นจริงเท่ากับเป็นการประณาม
และถ้าเป็นผู้อื่นโดยเจ้าตัวไม่ได้อยู่ด้วยเรียกว่าเป็นการนินทา
เพราะมนุษย์ทุกคนมีความหวงแหนและไม่พอใจในคำกล่าวร้ายป้ายสีหรือการนินทา ซึ่งท่านศาสนทูตได้กล่าวว่า
" มุสลิมทุกคนนั้น เลือดเนื้อของเขา ศักดิ์ศรีของเขา
และทรัพย์สินของเขานั้นล้วนเป็นที่ต้องห้าม (หะรอม) จะล่วงละเมิดมิได้ "
(บันทึกโดย มุสลิมและอัตติรมีซี) ฉะนั้น เราพึงต้องระวังคำพูด
ไม่นินทาใสร้ายป้ายสีใคร ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ซึ่งท่านศาสนทูตได้วางแนวทางปฏิบัติแก่พวกเราไว้ว่า
"ผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
(ซุบฮาฯ) และวันปรโลกแล้ว จงพูดแต่สิ่งที่ดีหรือไม่ก็นิ่งเสีย "
(บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)
การพูดถึงผู้อื่นในแง่ไม่ดีหรือการซุบซิบนินทากันไม่ได้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใดเลย
แต่กลับเสียทั้งเวลา
ก่อนให้เกิดความบาดหมางและที่สำคัญทำให้ผู้ที่ซุบซิบนินทาต้องได้รับโทษจากอัลลอฮฺ
(ซุบฮาฯ) อีกด้วย ดังพระดำรัสของอัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ) ตรัสไว้มีความว่า "
ความวิบัติจงประสบแก่ทุกคนที่นินทา (ให้ร้ายป้ายสี)" (อัลฮุมมะซะฮ อายะฮฺที่
1) และพระดำรัสของพระองค์ได้ตรัสไว้มีความว่า "
บรรดาผู้ที่ให้ร้ายแกบรรดาชายผู้ศรัทธาและบรรดาหญิงผู้ศรัทธาทั้งๆ
ที่พวกเขาเหล่านั้นมิได้กระทำผิด ดังนั้นแน่นอน พวกเขาได้แบการโกหกไว้
และนี่เป็นความผิดอันชัดแจ้ง" (อัลอะหฺซบ อายะฮฺที่ 58)
หนทางที่จะป้องกันสำหรับผู้ศรัทธาที่ไม่ให้สังคมเกิดความวุ่นวายอันเกิดจากการกระทำของผู้ที่ชอบให้ร้ายป้ายสีผู้อื่นนั้น
พระดำรัสของพระองค์อัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ) ได้ตรัสไว้ความว่า
"เละเจ้าจงอย่าปฏิบัติตามทุกคนที่เป็นนักสาบานที่ต่ำช้า
ผู้นินทาตระเวนใส่ร้ายผู้อื่น" (อัลกอ ลัม อายะฮฺที่ 10-11)
ถ้าทุกคนไม่เชื่อ
ผู้ที่ชอบสบถสาบานอยู่เป็นนิจ ผู้ที่ชอบพูดลับหลัง
ผู้ที่ชอบให้ร้ายป้ายสีผู้อื่น
การกระทำของบุคคลเหล่านี้ก็จะไม่มีผลในการทำลายผู้อื่น
นอกจากเป็นการทำลายตัวเองเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่เราจะเชื่ออะไร
มีที่มาของข่าวสารอย่างไร ? ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
เพราะเรื่องของข่าวและคำบอกกล่าวพอจะแบ่งเป็นลำดับได้ดังนี้
1.
การพิจารณาข่าวสาร จากพระดำรัสของอัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ) ตรัสไว้มีความว่า
"ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อมีคนเลวนำข่าวใดมาแจ้งแก่พวกเจ้า
พวกเจ้าจงสืบให้ชัดเจนเสียก่อน
พวกเจ้าอาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งต้องประสบภัยอันตรายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
อันทำให้พวกเจ้าต้องเสียใจในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำลงไป" (อัลฮุจญรอต อายะฮฺที่ 6)
และจากวจนะของท่านศาสนทูตได้กล่าวไว้ว่าสี่ประการต่อไปนี้
ใครมีครบทั้งสีประการถือว่าเขาเป็นผู้กลับกลอกตัวจริง
ส่วนใครมีเพียงประการเดียวถือว่าเขามีสภาพกลับกลอกอยู่ในตัวเขา
จนกว่าเขาจะละเว้นเสีย นั่นคือ
1.1 เมื่อเขาพูด เขาก็โกหก
1.2 เมื่อเขาได้รับความไว้วางใจ เขาก็ไม่ซื่อสัตย์
1.3 เมื่อเขาให้สัญญา เขาก็บิดพลิ้ว
1.4 เมื่อเขาโต้เถียง เขาก็มีทิฐิ (บันทึกโดยบุคอรี, มุสลิม)
2.
ส่งเสริมให้ทำความดี จากพระดำรัสของอัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ) กล่าวไว้มีความว่า "
และพวกเจ้าจงส่งเสริมกันในคุณความดีและความยำเกรง
แต่อย่าส่งเสริมกันในเรื่องความเลว และการเป็นศรัตรูกัน " (ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ
อายะฮฺที่ 2)
และจากวจนะของท่านศาสนทูตได้กล่าวไว้ความว่า
มีบุคคลเจ็ดจำพวกที่อัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ)
ให้ความร่มเย็นแก่พวกเขาในวันที่ไม่มีความร่มเย็นอื่น นอกจากความร่มเย็นของอัลลอฮฺ
(ซุบฮาฯ) คือ 1. ผู้ที่ยุติธรรม 2.
คนหนุ่มสาวที่นมัสการต่ออัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ) 3.
คนที่หัวใจของเขาผูกพันอยู่กับมัสยิด 4. คนสองคนรักกันในภารกิจของอัลลอฮฺและรวมหรือแยกกันเพื่อภารกิจของอัลลอฮฺ
(ซุบฮาฯ) 5. บุรุษหรือสตรีที่มีความงามเชิญชวนสู่การผิดประเวณี แต่ฉันกล่วว่า
"ฉันกลัวอัลลอฮฺ" 6.
บุคคลผู้บริจาคทานโดยปกปิดจนมือซ้ายไม่ทราบถึงสิ่งที่มือขวาจ่ายออกไป 7.
บุคคลที่ระลึกอึงอัลลอฮฺด้วยความจริงใจและดวงตาของเขาทั้งสองมีน้ำตาไหลรินออกมา
3.
การให้อภัยจากพระดำรัสของอัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ความว่า
"เจ้าจงยึดมั่นกับการให้อภัย และจงใช้ให้กระทำแต่คุณธรรม
และจงหันหลังจากบรรดาผู้โง่เขลา" (ซูเราะฮฺ อัลอะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 199)
4.
การเชิญชวนสู่การทำความดี จากพระดำรัสของอัลลฮฺ ได้ตรัสไว้ความว่า "
จงเชิญชวนสู่แนวทางของพระเจ้าด้วยวิทยปัญญา และคำตักเตือนที่ดีงาม
และจงตอบโต้พวกเขาด้วยวิธีการที่งดงามที่สุด" (ซูเราะฮฺอัลนะหฺลุ อายะฮฺที่
125)
5.
จุดหมายปลายทางแห่งชีวิต จากพระดำรัสของของอัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ความว่า
"อนาคตแห่งความสุขนั้น เราได้บันดาลไว้สำหรับผู้ไม่ปรารถนาความสูงส่งในแผ่นดิน
และไม่ปรารถนาการบ่อนทำลาย
และวาระสุดท้ายที่ดีงามจะเป็นของบรรดาผู้ยำเกรงพระเจ้า" (ซูเราะฮ์อัลกอศอศ อายะฮฺที่
83)
และจากพระดำรัสของอัลลอฮฺอีกโองการหนึ่งตรัสไว้ความว่า
" โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานความดีงามแก่เราในโลกปัจจุบัน
และโปรดประทานความดีงามในปรโลกและโปรดปกป้องเราให้พ้นจากนรกด้วยเถิด"
จากข้อเขียนที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ผู้เขียนหวังว่าต่อจากนี้ไป
สังคมมุสลิมเราคงเป็นสังคมที่สงบสันติ เมื่อพบกันสัมผัสกันด้วยรอยยิ้ม
เพื่อรอรับการสนองตอบความเมตตาปราณีจกาเอกองค์อัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ)
และเพื่อการเสริมสร้างสันติสุขในสังคมมุสลิมและอิสลามต่อไป |
|